Silent Prayer [2]
posted on 07 Dec 2011 01:17 by lorien-souless...ฉันคงยืนขวางทางเข้าห้องเรียนของเธอล่ะมั้ง...
เธอใจดีที่ตอบคำถามของฉัน แต่บางครั้งช่วยหันกลับมามองสักนิดได้มั้ยว่าคนที่ได้คำตอบมีอาการอย่างไร...ฉันเดินกลับห้องตัวเองในที่สุดโดยแอบหวังว่าเราคงไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน
...พระเจ้าคงไม่ใจร้ายกับฉันอีกครั้งหรอกนะ...
...........................................................
........................................
.....................
แต่แล้วในวันประกาศรายชื่อห้อง ฉันก็ต้องผิดหวังเมื่อเลขที่แรกๆ ของห้องมีชื่อของเธอ...น่าแปลกที่ฉันไม่ค่อยสนิทกับเธอ แต่ฉันเองกลับจำทั้งชื่อและนามสกุลของเธอได้แม่น
แต่ความผิดหวังก็แทนที่ด้วยความยินดีเมื่อฉันและเพื่อนได้อยู่ห้องเดียวกัน ห้องคิงของสายศิลป์ที่ฉันหวังไว้...
ฉันคิดว่าเราอยู่ห้องเดียวกันก็คงเหมือนตอนนั้นที่อยู่ก็เหมือนไม่อยู่....ดังนั้นในวันแรกของการเปิดเรียน ทันทีที่เห็นเธอนั่งข้างหน้า...ฉันไม่ลังเลเลยที่จะนั่งเกือบหลังสุดและอยู่ที่มุมของตัวเอง เพราะฉันไม่ชอบคนเยอะๆ ฉันเกลียดการโกหกของคนอื่นๆ ที่ชอบใส่หน้ากากเวลาเข้าหากัน
ห้องสมุดไม่ใช่สถานที่ที่ฉันไปบ่อยๆ อีกแล้ว สามปีผ่านไปฉันแทบจะอ่านหนังสือทุกเล่มในห้องสมุดแล้ว ดังนั้นการเช่าหนังสือใหม่จากร้านหลังโรงเรียนมาอ่านเงียบๆ ในมุมของตัวเองก็ถือว่าดีที่สุดในตอนนั้น
ฉันเป็นสมาชิกในห้องเงียบๆ มาได้ราวครึ่งปี และเพราะฉันชอบการ์ตูนวาย ฉันชอบเห็นผู้ชายรักกัน ฉันชอบอ่านฟิกพอๆ กับชอบแต่งฟิก ดังนั้นฉันอยากเป็นเพื่อนกับผู้ชายที่นั่งอยู่แถวหลังของเธอ หากแต่ความกลัวเธอมันมีมากกว่า
ฉันชอบมองไปที่โต๊ะแถวนั้นบ่อยๆ และฉันก็พบว่าเธอเองก็ยิ้มง่ายให้กับเพื่อนคนอื่น และคุยสนุกอีกด้วย ขนาดฉันเป็นแค่คนฟังไกลๆ ไม่ได้มีส่วนร่วมในบทสนทนาเหล่านั้น ฉันยังแอบยิ้มให้กับหนังสือตรงหน้าบ่อยๆ แต่นั่นก็ทำให้ฉันคิดในทางกลับกันว่าทำไมเธอถึงชอบดุฉันนัก คิดไปเรื่อยขนาดที่ว่าถ้าฉันเข้าไปนั่งคุยด้วยเธอจะมีอาการเป็นแบบไหนกันนะ
ไม่ชอบหรือว่าเฉยๆ กันแน่...เพราะฉันไม่เคยหวังให้เธอชอบอยู่แล้ว
ฉันไม่เคยรู้ว่าเธอหายไปไหนในตอนเช้า...มารู้ทีหลังว่าเธอต้องไปซ้อมรำบ่อยๆ ดังนั้นทีนั่งของเธอในตอนเช้ามักถูกฉันยึด นั่งคุยกับเพื่อนๆ อย่างสนุกสนาน
แปลกมั้ยที่ฉันรู้เวลาที่เธอจะกลับมาเสมอ และกลับไปยังที่ของตัวเองได้ก่อนเธอจะกลับมา
ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันก้าวเข้าไปนั่งคุยกับกลุ่มของเธอตรงหน้าห้อง บางทีอาจจะเป็นเพราะเรื่องนักร้อง ฉันไม่เคยสนใจนักร้องเกาหลี แต่หลังจากที่สุดที่รักของฉันพักงานไปเรียนต่อ ทำให้ฉันหันกลับมามองกระแสในประเทศมากขึ้น ฉันตกหลุมรักหนึ่งในสมาชิกของวงนั้นไปในที่สุด...
ฉันพบว่าเธอก็ไม่ได้มีอาการอะไรอย่างที่ฉันคิดเพ้อเจ้อไปเอง...ฉันกล้าคุยกับเธอได้มากขึ้น...ฉันกล้านั่งข้างเธอ...กล้าที่จะเล่นกับเธอมากขึ้น
ฉันรักการอ่านและฉันอยากให้คนที่ฉันรักอ่านเรื่องราวพวกนี้ไปกับฉันด้วย...ฉันชอบนำหนังสือใหม่ๆ ไปให้เพื่อนยืมบ่อยๆ ถึงแม้ฉันจะไม่ชอบให้เพื่อนทำมันยับเลยแม้แต่น้อยก็ตาม และถึงแม้ว่าฉันจะไม่ชอบเวลาหนังสือยับ แต่ฉันก็ชอบเวลาที่มีคนร่วมแบ่งปันเรื่องราวที่ฉันชอบ...ได้รับรู้และได้เป็นส่วนหนึ่งของมันร่วมกับฉัน
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่ได้สนิทกับเธอมากเท่าไหร่ แต่ฉันชอบส่งยิ้มไปให้เธอบ่อยๆ...เวลาที่ฉันง่วงนอนและกำลังจะหลับหรือตอนที่ฉันตื่นขึ้นมามองไปหน้าห้องแล้วเห็นเธอ...ความคิดในตอนนั้น ฉันหวังว่ามันคงทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นบ้างและไม่ดุฉันเท่านั้นก็พอ
...ให้ตายสิ...ฉันไม่ชอบเวลาที่ถูกเธอดุเลยจริงๆ...ถึงเธอจะไม่เคยดุฉันเลยในตอนนั้นแต่ในอารมณ์ของคนที่เคยถูกดุมาก่อน ฉันรู้ดีเลยล่ะ
จุดเริ่มต้นของเรามันอาจจะเกิดจากรอยยิ้มเล็กๆ ของฉันที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมาจากกองกระดาษตั้งใหญ่มองเธอที่วันนี้ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเดินมาหลังห้องได้
“อ่านฟิกมั้ย?”
ไม่รู้อะไรทำให้ฉันถามออกไปแบบนั้น ทั้งๆ ที่ฉันก็ทราบดีว่าคนที่ชอบเรื่องแบบนี้มีไม่กี่คนเท่านั้นแหละ....และเหนือสิ่งอื่นใด ฉันไม่ชอบให้ใครยืมฟิก มันเป็นข้อยกเว้นจากการให้ยืมหนังสือธรรมดาๆ